7 เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับเจ้าซามอยด์ สุนัขหน้ายิ้มที่เก่าแก่ที่สุดในโลก!
นาทีนี้ต้องไม่มีใครไม่รู้จักสุนัขสุดน่ารักอย่างเจ้าซามอยด์แน่นอน! สุนัขที่มีหน้าตายิ้มแย้ม เป็นมิตร แถมยังมีขนสีขาวที่ดูนุ่มฟู จนอดใจไม่ไหวที่อยากเข้าไปกอดไปซุกเลยล่ะค่ะ เจ้าสุนัขตัวนี้เป็นอีกสายพันธุ์ที่นิยมเลี้ยงไม่แพ้สายพันธุ์อื่น ๆ เลยค่ะ ด้วยความที่มีนิสัยน่ารัก เป็นมิตร ทำให้พวกมันเป็นที่นิยมมาก วันนี้ PetPlease จึงอยากพาทุกคนมาทำความรู้จักน้องซามายด์ไปพร้อม ๆ กัน ถ้าพร้อมแล้วเลื่อนลงมาอ่านกันเลย! บทความนี้ขอนำเสนอ ต้นกำเนิดของซามอยด์ ลักษณะเฉพาะตัวของซามอยด์ พฤติกรรมและนิสัยสุดน่ารักของเจ้าซามอยด์ อาหารและเหมาะกับโภชนาการที่เหมาะกับซามอยด์ การดูแลที่ซามอยด์ต้องการเป็นพิเศษ โรคที่พบบ่อยในซามอยด์ ซามอยด์เหมาะกับเจ้าของแบบไหน คำถามที่พบบ่อย
ต้นกำเนิดของซามอยด์
ซามอยด์เจ้าสุนัขขนสีขาวสุดน่ารักที่ทุกคนรู้จักในนาม “Sammy Smiles” เนี่ย มีอายุมายาวนานกว่า 5,000 ปีแล้วนะ ถือว่าเป็นสุนัขสายพันธุ์ที่เก่าแก่ที่สุดในโลกเลยค่ะ สุนัขตัวนี้มีต้นกำเนิดมาจากการผสมพันธุ์ของหมาป่าและสุนัขจิ้งจอก ชื่อซามอยด์มาจาก กลุ่มชนร่อนเร่จากทวีปเอเชียที่เดินทางอพยพมายังประเทศไซบีเรีย ซึ่งชนกลุ่มนี้จะเลี้ยงซามอยด์เพื่อใช้งานเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็น ล่าสัตว์, ต้อนกวางเรนเดียร์, ใช้ลากเลื่อน หรือแม้กระทั่ง เอาไว้กอดเพื่อความอบอุ่นในค่ำคืนที่หนาวเย็น นอกจากพละกำลังที่แข็งแร็งแล้ว ซามอยด์ยังมีสัยที่เป็นมิตร จึงทำให้ซามอยด์เป็นสุนัขเลี้ยงที่นิยมของคนในยุคนั้น ผู้ที่ค้นพบสายพันธุ์สุนัขซามอยด์คนแรก เป็นชาวอาร์กติกในทวีปชั้วโลกเหนือ เขาเห็นว่าซามอยด์มีความอดทน และแข็งแรง สามารถฝ่าฝันการเดินทางที่ยากลำบากในขั้วโลกเหนือได้ และในช่วงปลายศตวรรษที่ 18 ซามอยด์ได้ถูกนำเข้าไปยังประเทศอังกฤษเป็นครั้งแรกในสมัย Queen Alexandra ทำให้ซามอยด์เป็นที่ชื่นชอบและนิยมในหมู่ราชวงศ์และชนชั้นสูงเป็นอย่างมาก จนมาถึงปี 1906 ซามอยด์ก็ได้ถูกนำเข้าประเทศอเมริกาเป็นครั้งแรก และยังได้ขึ้นทะเบียนของ the American Kennel Club (AKC) อีกด้วย ซึ่งในช่วงนั้นซามอยด์เป็นที่นิยมสำหรับกีฬาสุนัขลากเลื่อนผ่านน้ำแข็งในทวีปอเมริกาเหนืออีกด้วย!
ลักษณะเฉพาะตัวของซามอยด์
ลักษณะเฉพาะตัวของซามอยด์ คือ ขนที่หนาเหมาะกับอากาศหนาว และสีขนที่มีทั้งสีขาวบริสุทธิ์ราวกับหิมะ สีขาวผสมขนมปังกรอบ สีครีม หรือสีขนมปังกรอบ นอกจากนี้ซามอยด์เป็นที่รู้จักกันดีว่ามีริมฝีปากสีดำ มีรอยหยักนิด ๆ ที่มุมปาก จนได้รับขนานนามว่า “รอยยิ้มซามอยด์” โดยปกติแล้วซามอยด์จะมีความสูงประมาณ 46 ซม. ถึง 56 ซม และมีน้ำหนักตัวประมาณ 20 กก. ถึง 28 กก ซามอยด์ตัวผู้จะมีช่วงหลังที่ไม่ยาวมาก เพราะความยาวไม่มากจะทำให้หลังอ่อนแอ บาดเจ็บได้ง่าย แล้วด้วยเหตุนี้เอง จึงทำให้พวกมันไม่ค่อยเหมาะกับการทำงานที่หนักหน่วงจนเกินไป แต่สำหรับตัวเมียช่วงหลังจะยาวกว่าตัวผู้นิดหน่อย พวกมันจึงมีความสามารถทั้งในเรื่องของการลากเลื่อน การจูงลากดึงของที่มีน้ำหนัก ต้อนสัตว์ หรือแม้แต่แบกของให้ และโดยปกติแล้วซามอยด์มีอายุถึง 12-14 ปีเลยนะ!
พฤติกรรมและนิสัยสุดน่ารักของเจ้าซามอยด์
ถึงแม้ว่าซามอยด์จะเป็นสุนัขที่อยู่ในแถบอาร์กติกที่มีอากาศค่อนข้างหนาว แต่ซามอยด์ก็สามารถปรับตัวให้เข้ากับสภาพอากาศที่อบอุ่นอย่างในประเทศไทยได้ค่อนข้างดีซามอยด์สามารถนอนนอกบ้านได้ แม้ว่าจะชอบนอนในบ้านและใช้เวลาส่วนตัวอยู่ในบ้านมากกว่าก็ตาม และซามอยด์ยังเป็นสุนัขที่ชอบการมีส่วนร่วม กระตือรือร้น มีความอยากรู้อยากเห็น มีไหวพริบและซุกซน เข้ากันได้ดีกับสัตว์อื่น ๆ แต่ถ้าหากจะซื้อสุนัขโตเต็มวัยก็ควรปรึกษาผู้เพาะพันธุ์สุนัขและแจ้งให้ทราบว่า มีสัตว์เลี้ยงชนิดอื่น ๆ อยู่ก่อนแล้ว เพื่อจะได้ประเมินความเหมาะสมก่อนตัดสินใจเลี้ยงเจ้าซามอยด์เพิ่มอีกตัว
อาหารและเหมาะกับโภชนาการที่เหมาะกับซามอยด์
เดิมทีซามอยด์เป็นสุนัขที่เลี้ยงเพื่อใช้งานเป็นหลัก เพราะพวกมันมีพลังงานค่อนข้างสูง และกระตือรือร้นตลอดเวลา ทำให้ต้องได้รับสารอาหารที่ครบถ้วน และมีคุณภาพสูง เพื่อช่วยซ่อมแซมระบบต่าง ๆ ของร่างกาย และทำให้ร่างกายแข็งแรง เจ้าซามอยด์ควรได้รับสารอาหารและโภชนาการที่เหมาะสมตามวัย ซึ่งจะแบ่งออกเป็น 3 ช่วงวัย คือ สุนัขวัยเด็ก สุนัขโตเต็มวัย และสุนัขวัยชรา อาหารที่เหมาะกับลูกสุนัขพันธุ์ซามอยด์ ช่วงอายุ 1-3 เดือน ซามอยด์วัยเด็กก็ต้องการโภชนาการสูงไม่แพ้กับลูกหมาสายพันธุ์อื่น ๆ เพื่อการเติบโตที่แข็งแรง ลูกสุนัขควรกินเป็นอาหารเม็ดที่มีโภชนาการหลักเป็นโปรตีน และควรนำอาหารเม็ดไปผสมน้ำซุปเนื้ออุ่น ๆ เผื่อให้เคี้ยวง่ายขึ้น ไม่บาดฟัน โดยควรแบ่งปริมาณพอดีกับน้ำหนักตัว 3 มื้อต่อวัน อาหารที่เหมาะกับสุนัขพันธุ์ซามอยด์โตเต็มวัย อายุ 1 ปีขึ้นไป สำหรับซามอยด์โตเต็มวัยแค่กินอาหาร 1 มื้อต่อวันก็เพียงพอแล้ว และเนื่องจากพวกมันมีความกระตือรือร้นและเคลื่อนไหวร่างกายบ่อยขึ้นมากกว่าตอนเป็นเด็ก แถมร่างกายยังต้องใช้พลังงานสูง จึงยังต้องการอาหารที่มีโปรตีนสูง และควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันและรสหวานทุกชนิด เพื่อเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงต่อโรคเบาหวาน อาหารที่เหมาะกับสุนัขพันธุ์ซามอยด์สูงวัย อายุ 7 ปีขึ้นไป สุนัขพันธุ์ซามอยด์เมื่อแก่แล้วจะเคลื่อนไหวและระบบเผาผลาญที่ลดลง ปริมาณอาหารที่ให้จึงควรจะลดลงด้วย เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำหนักตัวสูงเกิน และสามารถลดปริมาณโปรตีน ที่มาจากเนื้อสัตว์ประเภทย่อยยากด้วย เพื่อไม่ให้พวกมันท้องอืดโดย
การดูแลที่ซามอยด์ต้องการเป็นพิเศษ
อาบน้ำเดือนละหนึ่งครั้ง ขนของซามอยด์เป็นขนที่มีความพิเศษมาก สุนัขพันธุ์อื่น ๆ เมื่อเลอะโคลนจะทำความสะอาดค่อนข้างยาก แต่ซามอยด์แค่เช็ดออกก็ได้แล้ว นอกจากนี้หากอาบน้ำบ่อยจะทำให้น้ำมันที่เกิดตามธรรมชาติบริเวณขนและผิวหนังของซามอยด์ ถูกชะล้างออกไป ทำให้เสี่ยงต่อการเกิดโรคผิวหนังหรือปัญหาสุขภาพอื่น ๆ ตามมาได้ แปรงขนทุกวัน ลักษณะขนของสุนัขพันธุ์นี้มักจะพันกันยุ่งเหยิงบ่อยครั้ง ทำให้ต้องหมั่นแปรงเพื่อให้ขนตรงสวย ไม่พันเป็นก้อน และเพื่อไม่ให้มีสิ่งสกปรกตกค้างอยู่ภายในบริเวณเส้นขน ซึ่งจะเป็นผลเสียต่อสุขภาพของน้องหมาได้ ออกกำลังกายทุกวัน พื้นฐานของสุนัขพันธุ์ซามอยด์ คือสุนัขที่เลี้ยงไว้ใช้งานเป็นหลัก ทำให้เมื่อนำมาเลี้ยงตามบ้านแล้ว ผู้เลี้ยงก็ควรหากิจกรรมให้น้องหมาทำ อย่าปล่อยให้นั่งอยู่เฉย ๆ เช่น พาไปออกกำลังกายเป็นประจำ หรือวิ่งเล่นในสวนสาธารณะ เพื่อให้น้องหมาได้เผาผลาญพลังงานในร่างกายอย่างเหมาะสม ตรวจสุขภาพทุก ๆ 6 เดือน เราควรพาน้องหมาไปพบสัตวแพทย์เพื่อตรวจร่างกายเป็นประจำทุก 6 เดือน เพื่อเช็คร่างกายว่าปกติดีไหม หรือหากพบสัญญาณโรคใดก็ไม่ควรนิ่งนอนใจ จะได้รีบทำการรักษาได้อย่างทันทีนั่นเอง!
โรคที่พบบ่อยในซามอยด์
ถึงแม้ว่าเจ้าซามอยด์ จะเป็นสุนัขที่ดูมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง มีรูปร่างสมส่วน และกล้ามเนื้อที่แข็งแรง แต่สุนัขสายพันธุ์นี้ก็มีโรคประจำสายพันธุ์เช่นกัน ซึ่งโรคที่พบได้บ่อย ๆ มีดังนี้ โรคไตวายเรื้อรัง โรคนี้จะพบได้ตั้งแต่อายุ 3-4 เดือน และมีโอกาสเสียชีวิตจากโรคได้ในช่วงอายุ 8-15 เดือน และพบได้บ่อยในตัวผู้มากกว่าตัวเมีย โดยอาการของโรคไตวายเรื้อรังในสุนัขจะเหมือนโรคไตวายในมนุษย์ คือมีอาการกระหายน้ำมากกว่าปกติ ปัสสาวะมาก โลหิตจาง ซึม อุจจาระมีสีดำสนิทหรืออุจจาระมีเลือดปน น้ำหนัดลดลงมากกว่าปกติ เป็นต้น ถ้าสุนัขของเรามีอาการดังกล่าวให้ไปตรวจสุขภาพเพื่อปรึกษาสัตว์แพทย์ และจะได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที โรคเบาหวาน เจ้าหมาซามอยด์มีโอกาสเป็นโรคเบาหวานได้มากกว่าสุนัขสายพันธุ์อื่น ๆ โดยพบมากเมื่ออายุ 7 ปีขึ้นไป โดยส่วนใหญ่มักเกิดร่วมกับปัญหาด้านโภชนาการ ความผิดปกติของฮอร์โมน และความเครียด สัญญาณและอาการของโรคเบาหวาน คือ ดูเหนื่อย หมดเรี่ยวแรง น้ำหนักลดลง อาเจียน เบื่ออาหาร ทานอาหารไม่ลง เป็นต้น แม้ว่ายังไม่มีวิธีรักษาโรคเบาหวาน แต่สัตวแพทย์ก็ทราบว่าสามารถควบคุมได้ด้วยอินซูลิน การออกกำลังกาย และโภชนาการที่เหมาะสม เส้นใยอาหารเป็นสิ่งสำคัญในการจัดการดูแลโรคนี้ เพราะว่าระดับของเส้นใยอาหารปานกลางถึงสูง จะช่วยลดความต้องการอินซูลิน และลดระดับกลูโคสในเลือด และเส้นใยอาหารยังทำให้ร่างกายตอบสนองต่ออินซูลินได้มากขึ้นอีกด้วย โรคปอดตีบ อาการของโรคนี้ที่สังเกตได้ คือ เหนื่อยที่จะออกกำลังกาย ซึม เบื่ออาหาร เหงือกซีด หมดสติ และหากมีอาการขั้นรุนแรงอาจจะเกิดอาการหัวใจล้มเหลวได้เลย ส่วนใหญ่สาเหตุของการเกิดโรคนี้มักจะมีมาตั้งแต่กำเนิดแล้ว เป็นโรคที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม ดังนั้นจึงพบเห็นโรคนี้ได้บ่อยในซามอยด์ สำหรับใครที่กำลังจะคิดซื้อสุนัข ให้สอบถามทางฟาร์มให้ดีซะก่อนว่าพ่อพันธุ์และแม่พันธุ์ มีโรคประจำตัวอะไรบ้าง เพื่อที่จะได้รับมือในการดูแลในอนาคตได้นั่นเองค่ะ โรคข้อสะโพกเสื่อม โรคนี้ถือว่าเป็นโรคที่ค่อนข้างฮิตในหมู่สุนัขสายพันธุ์ใหญ่ ๆ ไม่ว่าจะเป็นโกลเด้น รีทรีฟเวอร์ ไซบีเรียน ฮัสกี้ ลาบราดอร์ รีทรีฟเวอร์รวมถึงเจ้าซามอยด์ด้วยเช่นกัน โรคข้อสะโพกเสื่อม เป็นโรคที่เกิดจากความผิดปกติในการพัฒนากระดูกข้อสะโพก ทำให้ข้อต่อมีรูปร่างและการเคลื่อนของข้อผิดปกติ กระดูกต้นขาไม่สามารถสวมเข้ากับเบ้าสะโพกได้พอดี นำไปสู่การอักเสบถาวร ซึ่งพบบ่อยในน้องหมาสายพันธ์ใหญ่โดยเฉพาะสายพันธุ์แท้ ซึ่งมีสาเหตุในการเกิดโรคได้จากหลายปัจจัยเลยล่ะค่ะ เช่น การถ่ายทอดทางพันธุกรรม เรื่องของอายุ น้ำหนักที่มามกขึ้นตัวต่าง ๆ ซึ่งอาการของโรคนี้ที่เจ้าของสามารถสังเกตได้ คือ น้องหมาจะเริ่มทรงตัวได้ไม่ดี ร้องหรือแสดงอาการออกว่าเจ็บปวดเวลาลุกขึ้นยืนหรือนั่ง เดินขึ้นลงบันไดไม่สะดวก กล้ามเนื้อฝ่อลีบ เนื่องจากใช้ขาหลังได้น้อยลง ถ้าหากสุนัขมีอาการเหล่านี้ ให้รีบนำไปพบสัตวแพทย์เพื่อตรวจหาโรคและหาวิธีป้อนกันและรักษาต่อไปค่ะ
ซามอยด์เหมาะกับเจ้าของแบบไหน
ไม่ใช่สุนัขทุกตัวที่จะเหมาะกับคนทุกคน มนุษย์เรานั้นมีนิสัยที่แตกต่างออกไปตามการเลี้ยงดู สุนัขเองก็มีนิสัยที่แตกต่างออกไปในแต่ละสายพันธุ์และการเลี้ยงดูเช่นกัน การจะเลี้ยงสัตว์เลี้ยงหรือสุนัขสักตัวนึง เราต้องคำนึงถึงหลาย ๆ อย่าง ว่าเรากับสุนัขที่จะนำมาเลี้ยงสามารถเข้ากับไลฟ์สไตล์เราได้หรือเปล่า? มาดูกันดีกว่าว่าผู้เลี้ยงแบบไหนที่เหมาะกับเจ้าซามอยด์สุนัขหน้ายิ้มสุดน่ารักกัน จะใช่ผู้เลี้ยงแบบเราหรือเปล่านะ!? เหมาะกับเจ้าของที่มีเวลา เจ้าซามอยด์เป็นสัตว์เลี้ยงที่ค่อนข้างติดเจ้าของ ดังนั้นใครที่คิดจะเลี้ยงเจ้าซามอยด์ จะต้องมีเวลาให้เขาเยอะ ๆ เล่นกับเขาบ่อย ๆ อย่าปล่อยให้เขารู้สึกโดดเดี่ยว เพราะเขาจะเห่าหากว่าถูกทิ้งให้อยู่ลำพังเป็นระยะเวลานาน เหมาะกับเจ้าของที่มีพื้นที่บริเวณบ้านให้วิ่งเล่น อย่างที่กล่าวไปข้างต้นว่า เดิมทีแล้วเจ้าซามอยด์เป็นสุนัขที่ถูกเลี้ยงไว้ใช้งานโดยเฉพาะ ดังนั้นเจ้าซามอยด์จึงเป็นสัตว์ที่มีพลังงานล้นเหลือ ต้องวิ่งเล่นเพื่อปลดปล่อยพลังงานทุกวัน จึงไม่เหมาะกับการเลี้ยงในพื้นที่ที่จำกัดอย่างคอนโดหรืออพาร์ตเม้น เหมาะกับผู้เลี้ยงที่ไม่เป็นภูมิแพ้ เพราะซามอยด์เป็นสัตว์ที่อยู่ในแถบอากาศหนาวทำให้มีขนที่หนา และมีการผลัดขนปีละ 1-2 จึงไม่เหมาะกับคนที่เป็นภูมิแพ้เลยค่ะ ดังนั้นถ้าเป็นภูมิแพ้ต้องตัดใจไปเลี้ยงเจ้าตูบสายพันธุ์อื่น ๆ แทน สำหรับใครที่กำลังมองหาสุนัขน่ารัก ๆ อยู่ ก็เก็บเจ้าซามอยด์ไปพิจารณาด้วยนะคะ แต่ยังไม่ถูกใจเจ้าตัวนี้ก็สามารถมาศึกษาสายพันธุ์อื่น ๆ เพิ่มเติมได้ ที่นี่ เลย!
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับซามอยด์
Q: ซามอยด์เลี้ยงยากไหม?
A: ซามอยด์ถือเป็นสุนัขอีกหนึ่งสายพันธุ์ที่ดูแลค่อนข้างง่าย หากได้รับอาหารที่มีคุณภาพและการดูแลที่เหมาะสม น้องจะมีสุขภาพแข็งแรงและใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข
อย่างไรก็ตาม หากให้อาหารหรือขนมมากเกินไป และไม่ได้ออกกำลังกายอย่างเพียงพอ อาจเสี่ยงต่อการเกิดโรคอ้วนได้
ซามอยด์เป็นสุนัขที่แข็งแรง อดทน และมีอายุเฉลี่ยประมาณ 12 – 14 ปีเลยทีเดียวค่ะ
Q: ซามอยด์ราคาประมาณเท่าไหร่?
A: ราคาของสุนัขสายพันธุ์ซามอยด์ค่อนข้างสูง เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายในการดูแลและเพาะพันธุ์ โดยราคาจะขึ้นอยู่กับสายเลือด ฟาร์ม และพ่อแม่พันธุ์ของน้อง
โดยทั่วไป ราคาจะอยู่ที่ประมาณ 40,000 – 300,000 บาท ขึ้นอยู่กับคุณภาพสายพันธุ์และเอกสารรับรองต่าง ๆ ค่ะ
Q: ควรให้อาหารซามอยด์แบบไร้ธัญพืชหรือไม่?
A: หากสุนัขของคุณมีอาการแพ้อาหารที่มีส่วนผสมของธัญพืช การเลือกอาหารแบบไร้ธัญพืช (Grain-Free) อาจเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่เหมาะสม
อาการที่อาจบ่งบอกว่าน้องแพ้ธัญพืช ได้แก่
- ผิวหนังระคายเคืองหรือคันบ่อย
- หูอักเสบเป็นประจำ
- อาเจียนหรือท้องร่วง
- มีพฤติกรรมเปลี่ยนไปผิดปกติ
หากพบอาการเหล่านี้ ควรปรึกษาสัตวแพทย์เพื่อรับคำแนะนำด้านโภชนาการที่เหมาะสมกับน้องค่ะ
สรุปเกี่ยวกับซามอยด์
ซามอยด์เป็นสุนัขที่มีทั้งความน่ารัก อ่อนโยน และเป็นมิตรกับคนในครอบครัว ด้วยรอยยิ้มอันเป็นเอกลักษณ์และขนสีขาวฟูนุ่ม ทำให้หลายคนตกหลุมรักได้ไม่ยาก
แม้จะเป็นสุนัขที่ต้องดูแลเรื่องขนและการออกกำลังกายอยู่พอสมควร แต่หากได้รับการดูแลที่เหมาะสม ซามอยด์ก็จะเป็นเพื่อนที่ซื่อสัตย์และอยู่กับเราไปได้อีกยาวนานค่ะ